
ป่าชายเลน เป็นระบบนิเวศที่ประกอบไปด้วยพันธุ์พืช และสัตว์ หลากหลายชนิดที่มีการดำรงชีวิตอยู่ร่วมกัน โดยสภาพแวดล้อมของป่าชายเลนมีลักษณะเป็นดินเลน มีน้ำกร่อย อีกทั้งยังมีน้ำทะเลที่ท่วมถึงอย่างสม่ำเสมอ จึงทำให้สามารถพบป่าชายเลนได้ในบริเวณชายฝั่งทะเล ทะเลสาบ รอบเกาะแก่งต่าง ๆ หรือปากแม่น้ำ สำหรับป่าชายเลนนั้นมีพันธุ์ไม้ที่สำคัญ นั่นก็คือ ไม้โกงกาง จึงทำให้มีชื่อเรียกป่าชายเลนอีกอย่างหนึ่งว่า ป่าโกงกาง นอกจากนั้นในระบบนิเวศก็ยังมีพันธุ์สัตว์ที่สำคัญอีกหลายชนิด ปู หอย ปลา กุ้ง รวมถึงปลาตีนด้วย ซึ่งปลาตีนนั้นถือได้ว่ามีบทบาทที่สำคัญกับป่าชายเลนมาก ๆ เราจึงนำมาให้ได้รู้จักกันในบทความนี้
“ปลาตีน” กับบทบาทนักรักษาสมดุลแห่งป่าชายเลน
ปลาตีน (Mudskipper) เป็นปลาชนิดหนึ่งที่จะมีการอาศัยอยู่ได้ทั้งในน้ำจืด น้ำเค็ม น้ำกร่อย และอาศัยบนบกได้ โดยสามารถพบปลาชนิดนี้ได้เฉพาะที่ป่าชายเลนเท่านั้น เนื่องจากเป็นแหล่งที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์มากที่สุด ปลาตีนมักจะอาศัยในบริเวณที่เป็นดินโคลน และจะขุดรูใต้ดินเพื่อใช้ในการหลบภัยในช่วงเวลาที่น้ำขึ้น รวมถึงยังเพื่อใช้ในการวางไข่ด้วย ทั้งนี้ปลาตีนนับว่าเป็นพันธุ์สัตว์ที่สำคัญ เพราะพวกมันถือว่าเป็นนักรักษาสมดุลให้กับระบบนิเวศของป่าชายเลนเลยก็ว่าได้ อีกทั้งยังปลาตีนยังมีความสามารถในการเปลี่ยนสีของลำตัว และสามารถที่จะทำการปรับอุณหภูมิร่างกายให้เป็นไปตามสภาพแวดล้อมได้ด้วย
การออกไข่ออกปลาตีน จะมีการออกไข่คราวละ 8,000 – 48,000 ฟอง หรือเฉลี่ยแล้วประมาณครั้งละ 19,000 ฟอง/ตัว โดยไข่ของปลาตีนจะมีลักษณะกลม มีขนาดที่เล็ก มีสีเหลือง เป็น 2 พู และจะมีขนาดของไข่อยู่ที่ประมาณ 30-50 ไมโครเมตร สำหรับปลาตีนเป็นปลาที่สามารถกินได้ทั้งพืช และสัตว์ เช่น การกินกุ้ง ปู แมลง ปลาขนาดเล็ก หรือการกินเศษใบไม้ ทั้งนี้สัตว์ที่ถูกปลาตีนจับกินบ่อยที่สุด ก็คือ ปูก้ามดาบ นั่นเอง
จากการที่ปลาตีนสามารถกินอาหารได้จากทั้งพืช และสัตว์นี้เอง ก็ทำให้ปลาตีนมีบทบาทสำคัญกับป่าชายเลนมาก ๆ เพราะมันจะช่วยในการทำหน้าที่ควบคุมประชากรสัตว์น้ำอื่น ๆ ไม่ให้มีอยู่ในป่าชายเลนมากจนเกินไป อีกทั้งปลาตีนที่ยังอยู่ในวันอ่อนก็ยังสามารถเป็นอาหารให้กับสัตว์ชนิดอื่น ๆ ได้ด้วย อีกทั้งการมีอยู่ของปลาตีนยังเป็นเหมือนตัวบ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์ในระบบนิเวศป่าชายเลนด้วย รวมถึงยังบ่งบอกได้ถึงเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ และสัตว์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ของป่าชายเลนด้วย
